2008/Jul/14

เดือนนี้ก็ไม่ใช่เดือนกุมภาพันธ์  และมันก็ไม่ใช่วันแห่งความรัก แต่ทำไมฉันรู้สึกดีกับชีวิตของฉันนักก็ไม่รู้  

เรื่องดี ๆ อย่างที่ฉันคาดหัวหรือแบบที่ฉันต้องการมันไม่ค่อยเข้ามาหาฉันสักเท่าไร  แต่ฉันก็ไม่อยากสนใจกับมันให้ฉันเป็นทุกข์ใจ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขก็คือ การได้แบ่งปัน แบ่งปันความสุขเล็ก ๆ ที่ฉันมีให้คนอื่นบ้าง ซึ่งสิ่งที่ฉันทำอาจจะเป็นการสนับสนุนให้คนทำในสิ่งที่ไม่ควร แต่ฉันก็มีความสุขที่ได้ทำมันลงไป และไม่คิดเสียใจที่ได้ทำมันด้วย  

อันแรกเลยคือ การให้อาหารช้าง ที่เดินตามท้องถนนและหมูกระทะทั้งหลายนั้น ก็จะมีมาแล้ว บ้างตัวพ่อ ตัวแม่ ตัวลูก บางทีมาทั้งครอบครัว สิ่งที่ทำให้ฉันตัดสินใจทำก็คือ เวลาที่ฉันมองเข้าไปดวงตาของมัน ฉันจะเห็นน้ำตาของพวกมัน ซึ่งเหมือนจะสื่อออกมาว่า ฉันหิว ป้อนอาหารฉันหน่อยสิ หรือไม่ก็ ปลดปล่อยหนูที หนูทรมาน ฉันเข้าใจความรู้สึกของมันนะ (เว่อร์ไปป่ะเนี่ยะ) อากาศที่ร้อน พื้นคอนกรีตยิ่งร้อน เท้าของพวกมันคงไม่เหมาะกับการเดินบนท้องถนน (ฉันให้ควาญช้างพวกนั้นลองถอดรองเท้าเดินดูบาง ดูซิว่ามันจะทนได้ไหม) ฉันเคยได้ยินข่าวเรื่องการให้ช้างกลับคืนสู่ป่า ฉันว่ามันคงเป็นแค่กระแสอย่างนึงเท่านั้น เพราะตอนนี้ทุกอย่างก็มาเหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ สิ่งที่ฉันทำได้ก็ตือ การควักเงินในกระเป๋าซึ่งก็มีอยู่น้อยนิด ซื้ออ้อย(ซึ่งราคาไม่น่าจะถึง 20 บาท) แล้วก็ป้อนมัน ฉันทำได้แค่นี้จริง ๆ แต่นั่นก็ทำให้ฉันมีความสุขแล้วหล่ะ สักวันฉันต้องทำอะไรให้ได้มากกว่านี้ แน่นอน  

อันที่สองก็คือ ขอทาน ตามสะพานลอยที่เรา ๆ เห็นกันอยู่ดาษดื่น ฉันรู้ว่ามันเป็นการค้ามนุษย์อย่างนึง ฉันไม่รู้ถึงแก่นแท้ขององค์กรนี้สักเท่าไร ฉันรู้แค่เพียงว่ามัน ต่ำมากกับการหากินกับชีวิตคน ภาพที่หลาย ๆ คนเห็นก็คือ ภาพของหญิงหรือชายชรา คนพิการ เด็กตัวน้อย ๆ ผู้หญิงท้อง แม่พร้อมกับลูกน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมแขน (เห็นแล้วน่าเวทนา) นั่งตากแดดร้อน ๆ อยู่บนพื้นร้อน ๆ ขอเศษเงินจากผู้ใจบุญ ในมือมีแก้วน้ำหรือกระป๋องหรือขัน ก็สุดแท้แต่จะหาได้ รอเศษเงินที่ไม่รู้ว่าจะหล่นลงมาเมื่อใด ความจริงฉันจะทำเป็นไม่สนใจหรือเพิกเฉยต่อพวกเขาก็ได้ แต่เมื่อใดที่ฉันเผลอไปมองตาพวกเขา(อีกแล้ว) ฉันก็อดที่จะสงสารไม่ได้สักที จะเป็นจะต้องควานหาเศษตังค์ที่ฉันพอจะช่วยได้ หย่อนลงไปทุกที แต่ล่าสุดนี้ เด็กผู้หญิงคนนั้น ก็ทำให้เกิดอาการแบบนี้อีกแล้ว ฉันมองหน้าเขาแล้วเดินผ่านมาแต่ก็ต้องหยุดเดิน แล้วหยิบแบงค์ 20 ใส่แก้วน้ำใบน้อย ๆ ใบนั้น พร้อมบอกว่า เก็บดี ๆ นะคะ แล้วฉันก็เดินจากมาแต่พอฉันหันกลับไปมองอีกครั้งนึง ฉันเห็นใบหน้าเด็กคนนั้น ตกใจและดีใจสุดขีด  ประดุจดั่งว่า แบงค์ 20 ใบนั้น เป็นใบแรกในชีวิตของเธอ  

เคยไหมหล่ะ เวลาที่เราได้อะไรมาครั้งแรกเราจะทำหน้ายังไง ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์เครื่องแรก จูบแรกหรือแม้กระทั่ง อาหารหรู ๆ มื้อแรก (อะไรประมาณนั้น) ฉันรู้ว่าฉันทำผิด แต่ฉันก็อิ่มใจมากที่ได้ทำลงไป ฉันไม่รู้ว่าอนาคตของเด็กคนนั้นจะเป็นยังไงต่อไป ฉันก็ได้แต่หวังว่าเด็กคนนั้นไม่ต้องกลับมานั่งขอทานแบบนี้อีกตลอดไปนะ...สาธุ!  

เรื่องสุดท้าย กล่องรับบริจาค ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญวันไหนก็ตาม เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กกำพร้า สงเคราะห์สัตว์ ฯลฯ ตามที่เรา ๆ เคยเห็นกันทั่วไป ภาพที่ติดอยู่ข้าง ๆ กล่องนั้น ก็เป็นเด็กเนื้อตัวมอมแมม สัตว์พิการ คนชรานั่งตาละห้อยรอลูกหลานมาเยี่ยม ฯลฯ ฉันเศร้าใจทุกทีที่เห็น (เพราะฉะนั้น วงเวียนชีวิต หรือ ชีวิตต้องสู้ อะไรพวกนี้ฉันจะไม่ดู เดี๋ยวร้องไห้) แต่ฉันก็สุขใจขึ้นมาทันทีเมื่อฉันได้หย่อนเงินที่ฉันพอจะมี ใส่ลงไปในกล่อง เพื่อต่อชีวิตให้กับพวกเขาหรือพวกมัน อาจจะไม่ดีที่สุด แต่คนรับก็น่าจะดีใจและรับในสิ่งที่ฉันตั้งใจทำนี้ แน่นอน...  

เศษเงินของฉัน ช่วยต่อชีวิตให้ใครหลายคนหรือหลายตัว ก็ยังดีกว่าที่ฉันเอาไปใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น บุหรี่ซองละ 50 กว่าบาทยังซื้อได้...แล้วนับประสาอะไรกับการให้คนอื่นได้มีความสุข...ในช่วงสั้น...ของชีวิตพวกเขาหรือพวกมันหล่ะ...

Happy  จริง ๆ เล้ย!

2008/Jun/20

วันที่ 19 มิ.ย.51 เป็นวันอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าฉันปวดใจกับวันนี้มากมาย

ฉันออกจากออฟฟิศประมาณ 19.00 น. ก็ยังไม่มีท่าทีของฝนแม้แต่น้อย พอเดินออกไปตรงซอยโยธี เริ่มแล้ว ลงมาทักทาย(ฉันทำไม) ประมาณ 2 - 3เม็ด เฮ้อ!ลืมร่มอีกแล้วฉัน ไม่เป็นไร ได้แต่คนบนฟ้าว่า อย่าเพิ่งตกเลยนะ รอให้ขึ้นรถก่อนนะ อืมได้ผลแฮะ อั้นไว้สักพัก

ฉันก็เดินจ้ำพรวด(มากกว่าจ้ำอ้าว)ไปถึง BTS เริ่มหนาเม็ดแหละ เริ่มลงมาแรง ระหว่างเดินลงบันได ไอ้คู่รักข้างหน้าก็สุดแสนจะโรแมนติค ผู้ชายก็เอามือไปโปะบนหัวของฝ่ายหญิง ที่พิงหัวซบไหล่ชายผู้นั้น แหม! อยากจะเข้าไปตบให้กระจายทั้งคู่ มรึงจะโรแมนติค กันไปถึงไหน กรูไม่มีร่มแล้วก็ไม่มีมือใครมาบังหัวกรู กรูรีบ (ว๊า!เริ่มหยาบคาย) มีแต่การ์ตูนโคนัน เล่ม 56 ที่อยากจะเอาบังหัวแต่บังไม่ได้ เฮ้อ! ช่างเถอะ! อย่างน้อย ๆ ก็อยู่ในชายคาไม่ค่อยเปียกเท่าไร สักพัก ฟ้าที่อั้นฝนมากนานเหมือนคนอั้นฉี่ไม่ไหว เท่านั้นแหละ ตกลงมาซะ เกือบไม่มีที่จะยืน

ปกติถ้าฝนไม่ตก กว่า ปอ.139จะมาแต่ละคันก็ต้องรอกัน เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะโผล่มา แล้วเมื่อวานฝนตกหนักมาก อืม รอกันต่อไป

สาย 62 ผ่านหน้าไปคันแล้วคันเล่า 140 อีก ไหนจะสาย 17 สายอะไรอีกมากมาย ผ่านหน้าฉันไป ได้แต่ถอดถอนใจ เลยเอาเวลามานั่งคิด(เรื่อยเปื่อย)ว่า ถ้าฉันมีราชรถมารับก็คงจะดี แต่ในความจริงเหรอ ฉันก็คงมีแต่คนขับรถเมายาบ้า ขับรถเสยเข้ามาที่ป้ายรถเมล์ ที่ฉันรอรถอยู่นั่นแหละ (ชีวิต)

การรอรถ ปอ.139 ก็เหมือนกับการรอแฟนซึ่งไม่รู้ว่ามันจะโผล่หัวมาให้เห็นตอนไหน ยิ่งรถเมล์สายอื่น ๆ ก็เหมือนกับแฟนชาวบ้าน ได้แต่นั่งมอง เอาไปก็ไม่ได้ เซ็งเป็ด!

ฉันว่ารัฐบาลน่าออกมาช่วยเหลือ รถปอ.139ให้เพิ่มจำนวนรถมาอีกหน่อยนะ ดีกว่าไปนั่งกินข้าวในห้องอาหารหรู ๆ ของโรงแรมต่าง ๆ เพื่อที่จะประชุม หารือ สังสรรค์ ล้างผลาญ ประสานงา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ว่าจะไม่ยุ่งกะการเมืองแล้วนะ)

ฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลย รถก็ยังไม่มา เฮ้อ!เศร้า สาย 139 ธรรมดามาแระ ตัดสินใจขึ้นดีกว่า ไม่งั้นคงไม่ได้กลับบ้านแน่ วิ่งผ่าฝนออกไป อ้าว! อีพวกที่จะลงกันสะเอือกไม่เตรียมตัว กว่าจะลงมาได้ แต่ละคน กรูเปียกไปครึ่งตัวแล้ว ช้ากันเข้าไป แล้วไหนจะอีป้าหน้าหนอน(ว๊า!หยาบอีกแระ) ที่กางร่มโดยไม่ดูชาวบ้านเขาเลย ร่มทิ่มตากรูแล้ว จะก้าวขึ้นรถยังไม่หุบร่มอีก มรึงจะกางขึ้นไปบนรถหรือยังไง สงสัยบนรถหลังคารั่ว นางคงต้องการร่มต่อไป

ฝนกตก เปิดหน้าต่างไม่ได้ เดี๋ยวจะเปียกกันไปทั้งตัว ยังดีนะที่รถมีพัดลม ไม่งั้นฉันคงเมารถ อ้วกแตกอ้วกแตนไปเรียบร้อย คงน่าขายหน้าเป็นที่สุด

สิ่งที่อยากจะฝากคนที่หลวมตัวเข้ามาอ่าน
1.อย่าลืมพกร่มเพราะช่วงนี้หน้าฝนแล้วนะ
2.อย่าประหยัดอะไรมากมาย  BTS ก็มีควรจะขึ้นซะ (อันนี้บอกตัวเองก่อนดีกว่า) และ

3.อย่าเดินหลังคนที่มากันเป็นคู่ เพราะมันจะคิดว่า โลกนี้มีมันอยู่ 2 คน มันก็จะเดินโดยไม่สนว่าคนข้างหลังจะเป็นยังไง (หมั่นไส้!อยากจะวิ่งเข้าไปกระชากหัวแล้วไล่ให้ไปเดินข้างหลังกรู)(ว๊า!ทำไมฉันหยาบคายจังอ่ะ) สงสัยอารมณ์ไม่ดีอ่ะ

edit @ 20 Jun 2008 11:22:16 by SARANA

2008/Jun/04

ใครไม่มีความรัก ยกมือขึ้น! (โอ้โห!ไม่มีมือใครเลย)

 ดีแล้วหล่ะครับ ที่ทุกคนมีความรักกัน ใครที่มีคนรักกันอยู่แล้ว ก็รักษาความรักนั้นไว้ให้ดีละกันนะครับ

แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีความรัก ความเป็นโสดของคุณมีความสุขไหม

ช่องว่างระหว่างความรักคือ คนสองคน(เอาแค่สองคนก่อนนะ อย่าเป็นสามหรือมากกว่านั้นเลย) ที่เคยเข้าใจกันมาก แต่นับวันมันก็ยิ่งห่างกันออกไป ถึงแม้จะอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ๆ ด้วยกันสองคน แต่ก็เหมือนมีอะไรมากั้นขวางระหว่างกัน ยิ่งพูดคุยกันก็ยิ่งห่างไปเรื่อย แม้กระทั่งการเงียบใส่กัน ก็ยิ่งห่างไป ๆ เรื่อย ๆ ถามว่าอะไรที่จะมาทลายกำแพงออกไปได้

นั่นคือความเข้าใจครับ

เราต้องเข้าใจตัวเราเองก่อน แล้วค่อยเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่ง

ผมเคยมีความรักครั้งนึงที่ต้องการผูกมัดเขาไว้กับเราคนเดียว ผลสุดท้ายมันก็ทำให้ผมเป็นทุกข์และเขาก็เป็นทุกข์เช่นกัน ผมเคยเสียน้ำตาให้เขาด้วยหล่ะ แต่เขาคงไม่มีทางรู้หรอกนะ เหงามากเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว อยากกดโทรศัพท์หา แต่ก็ไม่กล้าไปรบกวนเขากลัวโดนด่ากลับมา ครั้งนั้น ทุก ๆ วันเราจะได้เจอกัน กินข้าวด้วยกัน อยู่ด้วยกัน ช่วงที่เราเลิกกันนั้น บอกตรง ๆ ผมร้องไห้ทุกวันเลยอ่ะ

แต่ทุกวันนี้เหรอ มันก็บ้างในมุม ๆ นึงของความรู้สึกที่ยังคิดถึงเขาอยู่ เคยด่าตัวเองเหมือนกันว่ามีความรักที่แสนดีอยู่แล้ว ยังไม่ยอมหยุด สมซะ

เลยอยากจะบอกทุก ๆ คนที่หลวมตัวเข้ามาอ่าน ดูแลรักษาความรักของท่านไว้ อย่าต้องมาเสียใจภายหลังเมื่อความรักนั้นจากท่านไป มันไม่สามารถย้อนกลับมาหาได้อีกแล้วหล่ะ



สรณคมน์ ยอดศิลป์
View full profile