เดือนนี้ก็ไม่ใช่เดือนกุมภาพันธ์ และมันก็ไม่ใช่วันแห่งความรัก แต่ทำไมฉันรู้สึกดีกับชีวิตของฉันนักก็ไม่รู้
เรื่องดี ๆ อย่างที่ฉันคาดหัวหรือแบบที่ฉันต้องการมันไม่ค่อยเข้ามาหาฉันสักเท่าไร แต่ฉันก็ไม่อยากสนใจกับมันให้ฉันเป็นทุกข์ใจ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขก็คือ “การได้แบ่งปัน” แบ่งปันความสุขเล็ก ๆ ที่ฉันมีให้คนอื่นบ้าง ซึ่งสิ่งที่ฉันทำอาจจะเป็นการสนับสนุนให้คนทำในสิ่งที่ไม่ควร แต่ฉันก็มีความสุขที่ได้ทำมันลงไป และไม่คิดเสียใจที่ได้ทำมันด้วย
อันแรกเลยคือ การให้อาหารช้าง ที่เดินตามท้องถนนและหมูกระทะทั้งหลายนั้น ก็จะมีมาแล้ว บ้างตัวพ่อ ตัวแม่ ตัวลูก บางทีมาทั้งครอบครัว สิ่งที่ทำให้ฉันตัดสินใจทำก็คือ เวลาที่ฉันมองเข้าไปดวงตาของมัน ฉันจะเห็นน้ำตาของพวกมัน ซึ่งเหมือนจะสื่อออกมาว่า “ฉันหิว ป้อนอาหารฉันหน่อยสิ” หรือไม่ก็ “ปลดปล่อยหนูที หนูทรมาน” ฉันเข้าใจความรู้สึกของมันนะ (เว่อร์ไปป่ะเนี่ยะ) อากาศที่ร้อน พื้นคอนกรีตยิ่งร้อน เท้าของพวกมันคงไม่เหมาะกับการเดินบนท้องถนน (ฉันให้ควาญช้างพวกนั้นลองถอดรองเท้าเดินดูบาง ดูซิว่ามันจะทนได้ไหม) ฉันเคยได้ยินข่าวเรื่องการให้ช้างกลับคืนสู่ป่า ฉันว่ามันคงเป็นแค่กระแสอย่างนึงเท่านั้น เพราะตอนนี้ทุกอย่างก็มาเหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ สิ่งที่ฉันทำได้ก็ตือ การควักเงินในกระเป๋าซึ่งก็มีอยู่น้อยนิด ซื้ออ้อย(ซึ่งราคาไม่น่าจะถึง 20 บาท) แล้วก็ป้อนมัน ฉันทำได้แค่นี้จริง ๆ แต่นั่นก็ทำให้ฉันมีความสุขแล้วหล่ะ สักวันฉันต้องทำอะไรให้ได้มากกว่านี้ แน่นอน
อันที่สองก็คือ “ขอทาน” ตามสะพานลอยที่เรา ๆ เห็นกันอยู่ดาษดื่น ฉันรู้ว่ามันเป็นการค้ามนุษย์อย่างนึง ฉันไม่รู้ถึงแก่นแท้ขององค์กรนี้สักเท่าไร ฉันรู้แค่เพียงว่ามัน “ต่ำ”มากกับการหากินกับชีวิตคน ภาพที่หลาย ๆ คนเห็นก็คือ ภาพของหญิงหรือชายชรา คนพิการ เด็กตัวน้อย ๆ ผู้หญิงท้อง แม่พร้อมกับลูกน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมแขน (เห็นแล้วน่าเวทนา) นั่งตากแดดร้อน ๆ อยู่บนพื้นร้อน ๆ ขอเศษเงินจากผู้ใจบุญ ในมือมีแก้วน้ำหรือกระป๋องหรือขัน ก็สุดแท้แต่จะหาได้ รอเศษเงินที่ไม่รู้ว่าจะหล่นลงมาเมื่อใด ความจริงฉันจะทำเป็นไม่สนใจหรือเพิกเฉยต่อพวกเขาก็ได้ แต่เมื่อใดที่ฉันเผลอไปมองตาพวกเขา(อีกแล้ว) ฉันก็อดที่จะสงสารไม่ได้สักที จะเป็นจะต้องควานหาเศษตังค์ที่ฉันพอจะช่วยได้ หย่อนลงไปทุกที แต่ล่าสุดนี้ เด็กผู้หญิงคนนั้น ก็ทำให้เกิดอาการแบบนี้อีกแล้ว ฉันมองหน้าเขาแล้วเดินผ่านมาแต่ก็ต้องหยุดเดิน แล้วหยิบแบงค์ 20 ใส่แก้วน้ำใบน้อย ๆ ใบนั้น พร้อมบอกว่า “เก็บดี ๆ นะคะ” แล้วฉันก็เดินจากมาแต่พอฉันหันกลับไปมองอีกครั้งนึง ฉันเห็นใบหน้าเด็กคนนั้น ตกใจและดีใจสุดขีด ประดุจดั่งว่า แบงค์ 20 ใบนั้น เป็นใบแรกในชีวิตของเธอ
เคยไหมหล่ะ เวลาที่เราได้อะไรมาครั้งแรกเราจะทำหน้ายังไง ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์เครื่องแรก จูบแรกหรือแม้กระทั่ง อาหารหรู ๆ มื้อแรก (อะไรประมาณนั้น) ฉันรู้ว่าฉันทำผิด แต่ฉันก็อิ่มใจมากที่ได้ทำลงไป ฉันไม่รู้ว่าอนาคตของเด็กคนนั้นจะเป็นยังไงต่อไป ฉันก็ได้แต่หวังว่าเด็กคนนั้นไม่ต้องกลับมานั่งขอทานแบบนี้อีกตลอดไปนะ...สาธุ!
เรื่องสุดท้าย “กล่องรับบริจาค” ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญวันไหนก็ตาม เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กกำพร้า สงเคราะห์สัตว์ ฯลฯ ตามที่เรา ๆ เคยเห็นกันทั่วไป ภาพที่ติดอยู่ข้าง ๆ กล่องนั้น ก็เป็นเด็กเนื้อตัวมอมแมม สัตว์พิการ คนชรานั่งตาละห้อยรอลูกหลานมาเยี่ยม ฯลฯ ฉันเศร้าใจทุกทีที่เห็น (เพราะฉะนั้น วงเวียนชีวิต หรือ ชีวิตต้องสู้ อะไรพวกนี้ฉันจะไม่ดู เดี๋ยวร้องไห้) แต่ฉันก็สุขใจขึ้นมาทันทีเมื่อฉันได้หย่อนเงินที่ฉันพอจะมี ใส่ลงไปในกล่อง เพื่อต่อชีวิตให้กับพวกเขาหรือพวกมัน อาจจะไม่ดีที่สุด แต่คนรับก็น่าจะดีใจและรับในสิ่งที่ฉันตั้งใจทำนี้ แน่นอน...
เศษเงินของฉัน ช่วยต่อชีวิตให้ใครหลายคนหรือหลายตัว ก็ยังดีกว่าที่ฉันเอาไปใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น บุหรี่ซองละ 50 กว่าบาทยังซื้อได้...แล้วนับประสาอะไรกับการให้คนอื่นได้มีความสุข...ในช่วงสั้น...ของชีวิตพวกเขาหรือพวกมันหล่ะ...Happy จริง ๆ เล้ย!